Kirov Reporting !
เมื่อเกมคอมพิวเตอร์ เจอกับการจำลองสงครามบนกระดาษ อนาคตจึงบังเกิด...
ป้าข้างบ้านอยากรู้ว่าลูกบ้านตรงข้ามทำงานอะไร เลยไปถามทุกคนยกเว้นเจ้าตัว — วิธีเดียวกันเป๊ะกับที่คนทั้งโลกใช้เฝ้าทะเล แล้วเรือที่หายไปจากจอ 75% ล่ะ?

Maritime Domain Awareness จะคล้ายกับการบรรลุธรรมน่ะแหละ ถ้าใครบอกว่า ฉันรู้เรื่อง MDA ทุกอย่างจนบรรลุ นั่นแสดงว่าเขาไม่รู้อะไรเลย งั้นบทความเราจบกันตรงนี้ฮะ บาย .... ย๊าง ยัง ยัง มาฟังเลาบ่นก่อน เอาเป็นว่า รู้เท่าที่รู้ละกัน มาถ่ายทอดว่ามันคืออะไร และทำไมต้องมีมัน และเราจะตระหนักรู้ไปทำไม เอาหละ เริ่ม!
ถ้าเราอยากจะตระหนักรู้อะไรซักอย่างนึง เช่น ลูกข้างบ้านแม่งทำงานอะไรวะ ต้องไปเสือกซะหน่อย และแน่นอนว่าตามสไตล์ป้าข้างบ้าน อยากรู้เรื่องเพื่อนบ้าน ก็เลยไปถามคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ยกเว้นเพื่อนบ้าน WTF อยากรู้เรื่องกู แต่ไม่มาถามกู เดี๋ยวๆๆๆ ไปไกลละ เอาเป็นว่าป้าจะต้องไปรวบรวมข่าว รวบรวมข้อมูลมา และประมวลผล (มโน) ว่าทำงานอะไร เงินเดือนเท่าไหร่ จะได้เอาไปขิงถูก ถ้าถูกขิงทับ ก็ไปหาข้อมูลเพิ่มเพื่อมโนและกลับไปขิงใหม่ จะบอกว่านี่แหละคือการดำเนินการเรื่องการข่าวอย่างจริงจังเลยป้า
MDA เลยเป็นส่วนหนึ่งของการประมวลผลการข่าว ซึ่งเราจะ Awareness ได้ เราจะต้องหาส่วนประกอบของมัน
มันก็เหมือนกับการทำวงรอบทางยุทธการหรือยุทธวิธีอื่นๆ ด้วย ที่ใกล้ตัวที่สุดก็ OODA Loop หนะ (Observe, Orient, Decide, Act)
ตอนพิมพ์สามข้อข้างบนผมพิมพ์แบบชิลๆ เหมือนคนนึกอะไรได้ก็พ่นออกมา แต่ไอ้สามข้อนั้นมันคือกรอบของ IMO เป๊ะๆ แถมเขาเอาไปใช้สอนประเทศสมาชิก โดยระดับเบื้องต้นคือ "ไปตั้งศูนย์แชร์ข้อมูลทางทะเลของชาติมาก่อนสิ" แปลเป็นภาษาคนได้ประมาณนี้
ข้อสามนี่แหละที่คนลืมบ่อยสุด เพราะมันไม่เท่ ไม่มีจอสวยๆ ให้อวด ลองคิดภาพนะ จอขึ้นเป้าแดงแจ๋ ทุกคนตื่นเต้นกันใหญ่ แล้วเรือตรวจการณ์ลำเดียวที่ไปถึงกำลังเติมน้ำมันอยู่อีกฝั่งของอ่าว — เห็นแล้วไปไม่ถึง ก็สอบตกครับ
ของพวกนี้ต้นทางมาจากอเมริกาหลัง 9/11 กับเหตุระเบิดเรือ USS Cole ที่ทำให้เขาคิดได้ว่า เห้ย ทะเลมันเข้ามาถึงบ้านง่ายกว่าที่คิดว่ะ พอปี 2005 เลยออกแผนระดับชาติเรื่อง MDA มาเลย นิยามในนั้นแปลได้ประมาณว่า "ความเข้าใจอย่างได้ผลต่อสิ่งใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับโดเมนทางทะเล ซึ่งอาจกระทบความมั่นคง ความปลอดภัย เศรษฐกิจ หรือสิ่งแวดล้อม" ส่วน IMO ก็หยิบถ้อยคำชุดเดียวกันไปใช้ ตัดแค่คำว่า "ของสหรัฐฯ" ทิ้ง
อ่านแล้วงงว่ากว้างชิบหาย ใช่ครับ ตั้งใจให้กว้าง เพราะ maritime domain ของเขาหมายถึงทุกสิ่งที่อยู่บน ใต้ หรือติดกับทะเลและทางน้ำที่เดินเรือได้ รวมท่าเรือ คน สินค้า โครงสร้างพื้นฐาน สายเคเบิลใต้น้ำ ยันเรือทุกชนิด เขียนกว้างไว้ก่อนเพราะกลัวมีคนเถียงว่า "อันนี้ไม่นับสิ" นั่นแหละ
แต่ประโยคที่ผมชอบที่สุดในแผนนั้น ตอบชื่อบทความไปแล้วครึ่งนึง: MDA ไม่ได้สั่งให้ใครทำอะไร มันแค่ทำให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้นและแม่นขึ้น จบ เท่านั้นเลย ส่วนเป้าหมายของทั้งกระบวนการคือเห็นภัยให้เร็วที่สุดและไกลจากฝั่งที่สุดเท่าที่จะทำได้

กลับมาที่ป้า วงที่ป้าหมุนอยู่ทุกเช้ามันมีชื่อทางการนะเออ ฝั่ง CIA เขาเรียกว่า Intelligence Cycle มี 5 ขั้น ลองทาบกับป้าดู
เห็นไหมครับว่ามันไม่มีวันจบ MDA ก็แบบนี้เป๊ะ ระบบเฝ้าทะเลไม่เคยมีสถานะ "รู้ครบแล้ว" มีแต่ "รู้ ณ ตอนนี้เท่านี้"
ทีนี้ฝั่งทหารเขาบีบวงให้เหลือ 4 จังหวะ คือ OODA Loop ของ จอห์น บอยด์ นักบินขับไล่อเมริกันช่วงต้นยุค 70 หัวใจคือใครหมุนวงได้เร็วกว่า เข้าไปอยู่ในวงตัดสินใจของคู่ต่อสู้ได้ก่อน คนนั้นได้เปรียบ ไม่ใช่ใครเครื่องแรงกว่า
แล้ว MDA ไปนั่งตรงไหนของวง? ตรง Observe กับ Orient ครับ คือ "เห็น" กับ "เข้าใจว่าที่เห็นแปลว่าอะไร" ส่วน Decide กับ Act เป็นงานของผู้บังคับบัญชา คนทำระบบอย่างเราไม่ต้องไปเสือกตรงนั้น (ป้าไม่เห็นด้วยกับประโยคนี้)

ป้าไม่ได้มีเพื่อนบ้านคนเดียว และเพื่อนบ้านแต่ละคนนิสัยไม่เหมือนกัน บางคนพูดเยอะแต่พูดมั่ว บางคนพูดจริงแต่นานทีจะพูดที ป้าเลยต้องถามสามคำถามเดิมกับทุกคน: ปิดปากได้ไหม / โกหกได้ไหม / ช้าแค่ไหน ระบบ MDA ก็ถามสามข้อนี้กับข้อมูลทุกชั้นเหมือนกัน
ส่วนรายละเอียดว่า AIS แบ่งกี่ class ส่งถี่แค่ไหน แกะข้อความยังไงถึงจะไม่บ้าไปก่อน อันนั้นผมเล่าไปหมดแล้วที่ Maritime Sensors Integration จิ้มเลย
มีงานนึงเอาภาพเรดาร์จากดาวเทียมย้อนหลัง 5 ปี (2017–2021) มายัด ML แล้วนับเรือทั้งโลก ผลออกมาคือ ประมาณ 75% ของเรือประมงอุตสาหกรรมไม่โผล่ในระบบติดตามสาธารณะเลย ลิงจิ้มดู ส่วนเรือขนส่งกับเรือพลังงานก็หายไปกว่า 25% แถมเรือประมง 7 ใน 10 ลำอยู่ในเอเชีย — ก็บ้านเรานี่แหละครับ
แปลว่าจอสวยๆ ที่เราภูมิใจกันนักหนาว่า "เห็นทั้งอ่าว" จริงๆ คือภาพของเรือที่ ยอมบอก ว่าตัวเองอยู่ไหนเท่านั้น ที่เหลือคือช่องว่าง แล้วของผิดกฎหมายมันก็ไปเกิดตรงช่องว่างนั่นแหละ
มีเคสคลาสสิกอยู่ลำนึงชื่อ Andrey Dolgov เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนธงไปเรื่อยจนคนตามงง โดนขึ้นบัญชีดำ สุดท้ายโดนไล่ล่าข้ามมหาสมุทรอินเดียด้วยการเอาภาพเรดาร์ดาวเทียมมาไขว้กับ AIS จนอินโดนีเซียจับได้เมื่อเมษายน 2018 แล้วจบที่ เขายึดเรือลำนั้นมาใช้เป็นเรือตรวจการณ์ประมงเองซะงั้น
ที่ยังทำกันอยู่ทุกวันคือพวกดับสัญญาณ ไล่ดู AIS ย้อนหลังหลายปีจะเจอว่าเรือบางกลุ่มมีช่วง "เงียบ" บ่อยกว่าเรือปกติหลายเท่า บางลำดับเป็นสิบชั่วโมงตอนผ่านช่องแคบ บางลำหายไปเกือบสองเดือน ใกล้บ้านเราก็มีเรื่องถ่ายน้ำมันลำต่อลำนอกน่านน้ำแถวปากช่องแคบสิงคโปร์ ซึ่งฝั่งมาเลเซียเองก็ออกมาบอกว่าของแบบนี้มักไปเกิดในพื้นที่ที่เรดาร์ไม่ครอบคลุม พูดง่ายๆ ช่องว่างเซ็นเซอร์เท่ากับช่องว่างกฎหมาย ใครรู้ว่าตรงไหนมืดก็ไปตรงนั้น
อยากเห็นด้วยตาตัวเองไม่ต้องรอใคร ไปกดเล่นได้ฟรี จิ้มที่แผนที่ของ Global Fishing Watch แล้วลองซูมแถวบ้านเราดู
ภาพ: U.S. Coast Guard / Shawn Eggert, ขึ้นตรวจเรือประมงต้องสงสัยนอกชายฝั่งเซียร์ราลีโอน (2009) — public domain ผ่าน Wikimedia Commons
กลับมาที่ป้า ถ้าเพื่อนบ้าน 4 ใน 5 คนไม่ยอมคุยกับป้าเลย ป้าจะสรุปยังไง คำตอบคือป้าต้องดูจากรอยเท้า ถังขยะ เวลาไฟดับ เสียงรถเข้าบ้านตอนตีสอง ไม่ใช่นั่งรอให้คนเดินมาบอก — ระบบ MDA สมัยนี้ก็ทำแบบเดียวกัน แค่เปลี่ยนถังขยะเป็นภาพเรดาร์ดาวเทียม
นี่คือมุมที่คนทำระบบเจ็บที่สุด MDA ไม่ใช่โปรเจกต์ที่มีวันส่งมอบ เพราะของใหม่โผล่มาเรื่อยๆ วันนี้ได้เซ็นเซอร์ตัวใหม่ พรุ่งนี้ได้ feed จากหน่วยอื่น มะรืนมีข้อมูลจากคนหน้างานกับของ open source ไหลเข้ามาอีก ทุกครั้งต้องเอามาประกอบกับของเดิม บันทึกลงระบบ แล้ว query ได้ทันที โดยระบบต้อง up ตลอดเวลา จะปิดปรับปรุงคืนนี้สองชั่วโมงก็ไม่ได้ เพราะทะเลมันไม่ได้หยุดตามเรา
เรื่อง streaming ข้อมูลมาไม่เรียง แพ็กเก็ตหาย ผมบ่นไว้แล้ว จิ้มที่ Maritime Sensors Integration ส่วนการจับพฤติกรรมแปลกๆ ก็อยู่ที่ Behavior Analysis จิ้มเลย ไปตำต่อได้
เทียบกับป้าก็คือ ป้าห้ามป่วย ห้ามลาพักร้อน ห้ามเป็นลมกลางวง เพราะข่าวในซอยไม่รอป้า
ทะเลมันไม่มีเส้นแบ่งให้เห็นด้วยตา เรือลำเดียวออกจากน่านน้ำเราไปโผล่บ้านคนอื่นได้ในไม่กี่ชั่วโมง ประเทศเดียวเฝ้าเองยังไงก็เห็นแค่ครึ่งเรื่อง เลยต้องมีวงป้าระดับภูมิภาค
ภาพ: U.S. Navy / Ange-Olivier Clement, การอบรม Maritime Domain Awareness ในการฝึก Sama Sama 2024 — public domain ผ่าน Wikimedia Commons
ป้าคนเดียวรู้แค่ซอยตัวเอง แต่พอตั้งวงกับป้าซอยข้างๆ ปุ๊บ ข่าวเดินข้ามซอยได้ทันที ต่างกันแค่ของจริงเขาเรียกว่า MOU และมีพิธีลงนามให้ถ่ายรูป
มาถึงคำถามในชื่อเรื่องซะที ผมว่ามันมีสามข้อ
หนึ่ง ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ รู้เร็วและรู้ไกลจากฝั่ง แปลว่าเราได้ "เวลา" กับ "ระยะทาง" มาเป็นของแถม จะไปสกัด จะไปเตือน จะไปช่วยคนตกน้ำ ก็ยังทัน ถ้ารู้ตอนเรือจอดเทียบท่าแล้วมันไม่เรียกว่าตระหนักรู้ มันเรียกว่ารายงานเหตุ
สอง prediction พอเก็บข้อมูลย้อนหลังได้มากพอ มันจะเริ่มเห็นลายว่าเรือแบบนี้ ฤดูนี้ พื้นที่นี้ มักจะทำอะไร แล้วเดาล่วงหน้าได้ว่าอะไรกำลังจะเกิด (เรื่องนี้ผมเล่ายาวไว้แล้ว จิ้มที่ Behavior Analysis)
สาม แชร์กับเพื่อนบ้าน ภาพของเราคนเดียวไม่มีวันครบ ต้องเอาไปต่อกับของคนอื่น และเขาก็ต้องเอาของเราไปต่อเหมือนกัน
แล้วก็ต้องย้ำประโยคเดิมอีกที MDA ไม่ได้สั่งให้ใครทำอะไร มันแค่ทำให้คนตัดสินใจได้เร็วขึ้นและแม่นขึ้น สุดท้ายยังต้องมีคนกดปุ่ม มีคนออกเรือ มีคนตัดสินใจแล้วรับผลของมันอยู่ดี ระบบสวยแค่ไหนก็ไม่ได้ออกทะเลแทนใคร
ปิดท้ายด้วยป้าตามสัญญา ป้าไม่ได้เสือกเพื่อความสะใจอย่างเดียวนะครับ ป้าเสือกเพราะอยากรู้ก่อนว่าซอยนี้กำลังจะมีเรื่องอะไร จะได้เตรียมตัวถูก จะได้เตือนลูกหลานทัน — แล้วป้าก็ยังไม่รู้ทุกอย่างอยู่ดี ก็เหมือนที่บอกไว้ตั้งแต่บรรทัดแรก ใครบอกว่ารู้ MDA จนบรรลุแล้ว คนนั้นแหละไม่รู้อะไรเลย
ใครทำงานสายนี้ ข้อมูลชั้นไหนเคยหลอกคุณได้เนียนที่สุด มาเล่าให้ฟังหน่อย ผมอยากรู้ว่านอกจาก AIS แล้วมีตัวไหนกวนตีนกว่านี้อีก